หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์  | กระดานถาม-ตอบ  | บริการค้นหาข้อมูลคดี  | ระบบงานศาลยุติธรรม   |
  ศาลจังหวัดพัทลุง
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557  
หน้าแรก 
ข้อมูลเกี่ยวกับศาล 
ข้าราชการศาลยุติธรรม 
ผู้ประนีประนอม 
เขตอำนาจศาล 
อัตราค่าวางหมาย  
ราคาหลักประกัน  
กระดานถาม-ตอบ 
นโยบายการบริหารงานของอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 
สิทธิผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา  
คดีคุ้มครองผู้บริโภค  
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท  
Mediation  
การขอปล่อยตัวชั่วคราว  
การขอผัดฟ้อง/ฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ  
ข่าวทางกฎหมาย  
ผู้ดูแลระบบ 



              ศาลจังหวัดพัทลุง เดิมเรียกว่าศาลเมืองลุง ตั้งเมื่อครั้งใดไม่พบหลักฐาน เดิมตั้งอยู่ที่ลำปำอำเภอเมืองพัทลุง สมัยนั้นเมืองพัทลุง
    ตั้งอยู่ที่บ้านสวนดอกไม้ ในตำบลลำปำ ต่อมาเมืองได้ย้ายมาตั้งที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง เมื่อ พ.ศ. 2466ศาล
    ได้ย้ายตามมาตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ด้วย ครั้งแรก ได้เปิดทำการที่บริเวณเขากัง โดยอาศัยที่ว่าการอำเภอเป็นที่ทำการชั่วคราวและได้
    รื้อศาลเก่าที่ตำบลลำปำมาปลูกเป็นบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาลสมัยนั้นพระ ศุภศาสตร์วินิจฉัยเป็นหัวหน้าศาล ต่อมาศาลได้ย้ายไป
    เปิดทำการที่บ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเป็นการชั่วคราวอีก จนกระทั่ว พ.ศ. 2471 จึงได้ปลูกสร้างอาคาร ศาลจังหวัดพัทลุงขึ้นเป็น
    อาคารไม้ชั้นเดียว ทรงเตี้ยมีห้องพิจารณา2 ห้อง ต่อมาปริมาณของงานได้เพิ่มขึ้น ต้องดัดแปลงห้องทำงานเป็นห้องพิจารณาเพิ่มขึ้นอีก
     2 ห้อง แต่เล็กและคับแคบเหมาะสมที่จะพิจารณา ห้องทำงานก็เล็กและคับแคบ ต้องตั้งโต๊ะทำงานกันอย่างแออัด ประกอบด้วยอาคาร
    ศาลได้ชำรุดทรุดโทรมลง เป็นอันมาก แต่ทางศาลได้ทำการ แก้ไขซ่อมแซมพอประทังใช้ราชการได้ตลอดมา
   
                เมื่อสภาพของอาคารศาลจังหวัดพัทลุงเป็นเช่นนี้ จึงได้เกิดความดำริที่จะสร้างศาลจังหวัดพัทลุงใหม่ตามเรื่องราวเท่าที่ค้นพบ
    ปรากฎว่าเมื่อ พ.ศ. 2495 ข้าหลวงยุติธรรมภาค 5 ได้สั่งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลติดต่อกับจังหวัดขอแผนผังที่จะปลูกที่ทำการ ศาล
    ใหม่ทางจังหวัดได้ตอบมาว่าทางราชการมีความประสงค์ จะให้ปลูกที่ทำการศาลใหม่ในบริเวณที่ดินหลังศาลเก่าให้ได้แนวเดียวกับ
    ศาลากลางจังหวัดซึ่งกำลังสร้างอยู่ต่อมา พ.ศ. 2497 กระทรวงยุติธรรมได้สั่งให้ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลรายงานสภาพที่ทำการศาล และ
    เหตุผลที่ควรสร้างที่ทำการศาลใหม่นายปันโน สุขทรรศนีย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลได้รายงานไปว่า อาคารศาลเก่าชำรุด ทรุดโทรม
    เล็กและคับแคบ ไม่สะดวกในกาทำงานควรปลูกสร้างที่ทำการศาลใหม่ และได้เสนอไปว่าควรปลูกในที่ดินของศาลซึ่งอยู่หลังศาลเก่า
    ให้ได้แนวเดียวกับศาลากลางจังหวัดและควรขอที่ดินฝั่งใต้ของคูจากจังหวัดเพื่อทำสนามหญ้าหน้าศาลละควรถมคูแล้วตัดถนน
     ทำรั้วรอบบริเวณศาลเช่นเดียวกับศาลากลางจังหวัด

              ต่อมา พ.ศ. 2499 จอมพลอากาศฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคณี รองนายกรัฐมนตรีได้มาตรวจราชการจังหวัดพัทลุงและได้เสนอข้อ
    สังเกตต่อคณะรัฐมนตรีว่า ควรสร้างศาลจังหวัดพัทลุงใหม่ กระทรวงยุติธรรมได้สั่งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลรีบเสนองบประมาณค่าใช้
    จ่ายในการสร้างศาลใหม่ไปยังกระทรวง นายปันโน สุขทรรศนีย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลได้ทำบัญชีประมาณการเสนอไปแต่เนื่องจาก
    งบประมาณประจำปี 2499ได้ประกาศใช้แล้วกระทรวงยุติธรรมจึงสั่งให้เสนอตั้งไป ในงบประมาณปี 2500 และทางศาลได้เสนอ
    ไปแล้ว   
                  ต่อมา พ.ศ.2504 กระทรวงยุติธรรมได้ขอตั้งงบประมาณค่าก่อสร้างศาลจังหวัดพัทลุงในงบประมาณประจำปี 2505 ส่งไปยัง
    สำนักงบประมาณ โดยจะ สร้างเป็นที่ทำการศาลขนาด 6 บัลลังก์จึงให้ทางศาลหาที่ดินที่เหมาะสมเตรียมไว้ให้พร้อม นายศวิต สมหวัง
    ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลได้รายงานไปว่า อาคารที่ทำการ ศาลใหม่ควรปลูกสร้างในที่ดินของศาล ซึ่งอยู่หลังที่ทำการศาลเก่าให้ได้แนว
    เดียวกับศาลากลางจังหวัดและควรขอที่ดินราชพัสดุฝั่งใต้ของคูจากจังหวัดเพื่อทำ สนามหญ้าหน้าศาล ถมคูเก่า และขุดคูใหม่ขนานกับ
    ถนนคณาศัยไปทางทิศใต้แล้วขนาน กับถนนราเมศวร์ไปทางทิศตะวันออก เพื่อจะให้ที่ดินที่ขอจากจังหวัด จะได้เป็นที่ดิน
    ผืนเดียวกับที่ดินของศาลสำหรับที่ดินที่ขอจากจังหวัดนั้นทางจังหวัดไม่ขัดข้อง และกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้กระทรวงยุติธรรม
    ใช้ที่ดินราชพัสด ุดังกล่าวยิ่งกว่านั้นรัฐบาลโดยพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ชนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้กรุณาจัดสรรงบประมาณให้ก่อสร้าง
    อาคารศาลจังหวัดพัทลุงใหม่พร้อมทั้งบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในวงเงิน 1,800,000 บาท เป็นอาคารขนาด 6ของกองแบบ
     แผนกรมโยธาเทศบาลเมื่อได้รับงบประมาณแล้ว กระทรวงยุติธรรมจึงได้เรียก ประกวดราคาจ้างเหมา และได้เปิดซองใบประกวด
    ราคา ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2505ปรากฏว่าบริษัทจินดาก่อสร้างจำกัด เสนอราคาต่ำที่สุดกระทรวง
     ยุติธรรมจึงได้ทำสัญญาจ้างเหมาบริษัทนี้ทำการก่อสร้างตามสัญญาลงวันที่ 1 มีนาคม 2505 กำหนดแล้วเสร็จบริบูรณ์ภายใน 300 วัน
    และได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2505     โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธีผลของการก่อสร้างได
้     แล้วเสร็จบริบูรณ์ตามสัญญาและ คณะกรรมการก่อสร้างได้ตรวจรับมอบงานก่อสร้างไว้แล้ว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2505ในการ
     ก่อสร้าง กระทรวงยุติธรรมได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นกรรมการตรวจการก่อสร้างประกอบด้วย
     
                             1. อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 (ในระหว่างก่อสร้างได้มีการย้ายสับเปลี่ยน คือ หลวงอรรถขจรนิติปคุณ และนายเจริญ
                                 ไชยคุปต์)
                             2. ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทลุง (นายศวิต สมหวัง)
                             3. นายปลื้ม โชติฐยางกูร ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง
                             4. คลังจังหวัดพัทลุง (นายเทียบ นวลสกุสออกเกษียณอายุ นายทวิ วรรณะแทน)
                             5. ผู้แทนกรมโยธาเทศบาล (ได้ผลัดเปลี่ยนกันมาตรวจรับงานก่อสร้างแต่ละงวด คือ นายทองจุล สิงหกุล ุ
                                  นายวิษณ ศรีสุวรรณกาฬ นายวิจิตร บิลมาศ และนายดวง ยศสุนทร)
   
              นอกจากนี้กรมโยธาเทศบาล ได้ส่งนายชิด สร้อยทอง ช่างโทมาควบคุมการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จบริบูรณ์เมื่อการ
    ก่อสร้างอาคารศาลใหม่ ่เสร็จแล้ว จึงได้ย้ายจากอาคารศาลเก่ามาเปิดทำการที่อาคารศาลใหม่เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๐๖ และได้
    ทำพิธีเปิดอาคารศาลใหม่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๖ โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธี ส่วนที่ดิน
    อาคารศาลเก่าทางจังหวัดได้ขอใช้เพื่อปลูกสร้างศาลาประชาคมต่อไป
   
              อนึ่ง เป็นที่น่าเสียดายที่การขุดคูใหม่ ได้ขุดผ่านกลางที่ดิน ได้แบ่งที่ดินของศาลกับที่ดินที่ขอจากจังหวัดออกจากกันโดยมีคู
    คั่นกลางแม้คูใหม่จะเป็น เส้นตรงแต่ก็ยังแบ่งที่ดินออกเป็น 2 แปลงเหมือนเดิมนั่นเองทั้งนี้เนื่องจากการขุดคูขนานไปกับทางทิศใต้
    แล้ว ขนานไปกับถนนราเมศวร์ไปทางทิศตะวันออก จะเป็นระยะทางยาวกว่าการขุดผ่านกลางที่ดิน และยิ่งกว่านั้นการขุดคูข้างถนน
    ต้องก่อเป็นเขื่อนกันดินหรือมิฉะนั้นก็ต้องทำแบบคูปิดโดยฝังท่อ ซึ่งเป็นการ สิ้นเปลืองเงินมาก แต่งบประมาณค่าก่อสร้างศาลไม่พอ
    จึงจำเป็นต้องขุดคูใหม่ผ่านกลางที่ดิน ตามความเห็นของกองแบบแผนกรมโยธาเทศบาลดังที่ปรากฏอยู่ ในเวลานี้ อย่างไรก็ดีต่อไป
    ถ้าได้งบประมาณเพิ่มเติมควรทำคูนี้เป็นคูปิด โดยฝังท่อ     ก็จะทำให้ที่ดิน 2 แปลงนี้เป็นที่ดินผืนเดียวกันและทำรั้วรอบบริเวณศาล
    เสียด้วย เช่นเดียวกับศาลากลางจังหวัด ก็จะทำให้ อาคารศาลใหม่สง่าผ่าเผยยิ่งขึ้น

              ศาลจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล บริเวณพื้นที่ 18 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา เป็นที่ราชพัสดุ ตัวอาคาร 2 ชั้น กว้าง 8.50
     เมตรยาว 52.20 เมตร จำนวน 1 หลัง ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เปิดทำการเมือ่วันที่ 14 มีนาคม 2506 ด้านหน้าและด้านหลัง
     มีมุขยื่นหลังคาทรงไทย ปัจจุบันได้ปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดและแบ่งชั้นล่างด้านทิศตะวันออกของบันไดด้านหน้าใช้เป็น
     สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพัทลุง 1 ส่วน ด้านทางทิศตะวันตกของบันไดด้านหน้าอาคารเดิมใช้เป็นสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพัทลุง
     1 ส่วน แต่ปัจจุบันได้ย้ายออกไปอยู่ ณ ที่ทำการแห่งใหม่แล้ว พื้นที่ส่วนนี้จึงว่างอยู่มีห้องขังผู้ต้องหาหรือจำเลยและห้องเก็บสำนวนคดี
    แดงอยู่ด้านหลังตรงกับบันไดด้านหน้า ชั้นบนเป็นห้องพิจารณาคดี 6 ห้อง ต่อมาในปีงบประมาณ 2539ศาลจังหวัดพัทลุงได้รับงบ
    ประมาณ จำนวน 15,000,000 บาทให้ทำการต่อเติมอาคาร ศาลอีก 1 หลังเป็นอาคาร 3 ชั้น โดยก่อสร้างอยู่บริเวณด้านหลังอาคาร
    หลังเก่า ขนาดความกว้างยาวเท่ากับตัว อาคารเดิม มีทางเดินเชื่อมติดต่อระหว่างกันได้ ชั้น 1 เป็นห้องทำงานธุรการ ชั้น 2 เป็นห้อง
    พิจารณคดี 6 ห้อง ห้องพักทนาย 1 ห้อง ห้องพักพยาน2 ห้อง ห้องพักอัยการ 1 ห้อง ชั้น 3 เป็นห้องพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาล 1 ห้อง
    ห้องพักผู้พิพากษา 1 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง ห้องประชุม 2 ห้องโดยห้องหนึ่งแบ่งเป็นห้องประชุมขนาดเล็กซึ่งใช้เป็นห้องรับรอง
    หรือปฏิบัติงานของศาลแรงงานหรอศาลอื่นได้ ห้องไกล่เกลี่ย 1 ห้องและได้ย้ายห้องทำงานจากอาคารศาลหลังเดิม
     มาอยู่อาคารศาลหลังใหม่ เมื่อเดือนกรกฏาคม 2541
   
              ศาลจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ถนนยุติธรรม ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

              ลักษณะอาคาร อาคารศาลหลังเดิมเป็นอาคารตึก 2 ชั้น หลังคาทรงไทย และ อาคารศาลหลังใหม่เป็นอาคารตึก 3 ชั้น.

จำนวนผู้เยี่ยมชม : 3404